Data Visualization คืออะไร ? ทำไมสาย Data Analytics ต้องรู้

เปรียบเทียบชัด ๆ Tableau vs Power BI สำหรับ Data Analyst เลือกตัวไหนดี ? เพื่อยกระดับการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยคอร์ส Data Analytics สอนโดยผู้เชี่ยวชาญตัวจริง
Data Visualization คืออะไร ? ทำไมสาย Data Analytics ต้องรู้

Key Takeaways

การเลือกเครื่องมือ Visualization สำหรับทำ Data Analyst ระหว่าง Tableau และ Power BI ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของข้อมูลและระบบนิเวศการทำงานเดิมขององค์กร การศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Data Visualization ว่าคืออะไรพร้อมการเลือกใช้เครื่องมือให้ถูกต้อง จะช่วยยกระดับการวิเคราะห์ข้อมูลและสร้าง Insights ที่มีพลังเพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจที่แม่นยำ

Table of Content

  • Data Visualization คืออะไร และสำคัญอย่างไร ?
  • Data Visualization ต่างจาก Report ธรรมดาอย่างไร ?
  • เครื่องมือ Visualization สำหรับสาย Data Analyst ตัวท็อปในตลาด
  • Data Analyst ใช้ Tableau และ Power BI ทำอะไรได้บ้าง ?
  • Tableau vs Power BI สำหรับ Data Analyst เลือกตัวไหนดี ?
  • อบรม Data Visualization Tableau Power BI สำหรับ Data Analyst เลือกตัวไหนให้ตรงสายงาน
  • ทำไมการอบรมกับผู้เชี่ยวชาญถึงเห็นผลเร็วกว่าการเรียนเอง ?
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกอบรม Data Visualization Tableau Power BI สำหรับ Data Analyst เลือกตัวไหนดี ? (FAQs)

หยุดเสียเวลากับการลองผิดลองถูกในการหาเครื่องมือ Visualization ของ Data Analyst จนทำให้ธุรกิจไปไม่ถูกทาง เพราะในปัจจุบันเครื่องมืออย่าง Tableau และ Power BI มักถูกนำมาปรับใช้เพื่อต่อยอดการวิเคราะห์ข้อมูลของธุรกิจ แต่เครื่องมือทั้งสองรูปแบบมีความแตกต่างกันอยู่ การเริ่มต้นทำความเข้าใจข้อมูลพื้นฐานว่า Data Visualization คืออะไร รวมถึงการอบรมด้าน Data Visualization Tableau Power BI สำหรับ Data Analyst ควรเลือกอย่างไรให้ตรงกับโจทย์ขององค์กร เพื่อช่วยให้คุณสามารถนำไปใช้ประมวลผล Insights ที่ซับซ้อนได้อย่างมืออาชีพ 

Data Analyst ควรเรียน Tableau หรือ Power BI เพื่ออัปเกรดสายอาชีพ

 

Data Visualization คืออะไร และสำคัญอย่างไร ?

Data Visualization คือการนำข้อมูลหรือตัวเลขที่ซับซ้อนมาแปลงให้อยู่ในรูปแบบของรูปภาพ แผนภูมิ กราฟ หรือแผนที่ เพื่อให้สมองของมนุษย์สามารถรับรู้และทำความเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ภายในข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ความสำคัญของกระบวนการนี้ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่

  1. การมองตารางตัวเลขหลักแสน อาจไม่ช่วยให้เห็นว่ายอดขายกำลังลดลงในพื้นที่ใด แต่ Data Visualization จะทำให้มองเห็นแนวโน้มยอดขาย หรือพฤติกรรมลูกค้าได้ทันทีผ่านกราฟเส้นหรือ Heatmap
  2. ข้อมูลที่ผ่านการสรุปมาอย่างดี สามารถช่วยลดความผิดพลาดจากการตีความตัวเลข ทำให้ผู้บริหารสามารถมองเห็นภาพรวมและจุดวิกฤตได้ชัดเจน นำไปสู่การวางกลยุทธ์ที่ตรงจุด
  3. การมี Dashboard ที่ดีจะช่วยประหยัดเวลาอย่างมาก เพราะไม่ต้องเสียเวลาหาข้อมูลใน Excel หลายสิบหน้า อีกทั้งข้อมูลทุกอย่างยังถูกจัดระเบียบและแสดงแบบผลอัตโนมัติ

Data Visualization ต่างจาก Report ธรรมดาอย่างไร ?

  • Report ธรรมดา : นำเสนอเป็นตารางตัวเลข ต้องใช้เวลาและสมาธิสูงในการเพ่งอ่านเพื่อหาข้อสรุป
  • Data Visualization : แปลงตัวเลขเป็นภาพและกราฟ ช่วยให้เห็นเทรนด์ จุดผิดปกติ หรือโอกาสทางธุรกิจได้ทันทีในไม่กี่วินาที

เครื่องมือ Visualization สำหรับสาย Data Analyst ตัวท็อปในตลาด

ปัจจุบันมีซอฟต์แวร์มากมายที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับงานด้านข้อมูล ซึ่งแต่ละตัวต่างก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป ดังนี้

  • Microsoft Power BI : เครื่องมือยอดนิยมจากค่าย Microsoft ที่เน้นการใช้งานง่าย เชื่อมต่อกับ Ecosystem ของ Office 365 ได้อย่างไร้รอยต่อ
  • Tableau : ผู้นำด้านการสร้าง Visualization ที่มีความยืดหยุ่นสูง ปรับแต่งความสวยงามได้ตามจินตนาการ และรองรับการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Zoho Analytics : แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจที่เน้นความง่ายในการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันธุรกิจอื่น ๆ ในเครือ Zoho
  • Google Data Studio : เครื่องมือใช้งานฟรีบนคลาวด์จาก Google เหมาะสำหรับงาน Marketing ที่ต้องการดึงข้อมูลจาก Google Ads หรือ GA4 มาแสดงผล
  • Endlessloop : เครื่องมือวิเคราะห์เฉพาะทางที่เริ่มได้รับความสนใจในบางกลุ่มอุตสาหกรรม

Data Analyst ใช้ Tableau และ Power BI ทำอะไรได้บ้าง ?

ในโลกของ Data Visualization ที่เต็มไปด้วยเครื่องมือมากมาย แต่ดูเหมือนว่า Power BI และ Tableau จะเป็นสองเครื่องมือที่สาย Data Analyst ต่างก็รู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี ทั้งยังได้รับการยอมรับถึงความสามารถที่ครอบคลุม และเพื่อให้เห็นภาพการนำไปใช้งานจริง มาดูกันว่า เครื่องมือเหล่านี้สามารถนำไปปรับใช้ในแต่ละแผนกได้อย่างไรบ้าง

  • สาย Sales & Marketing : ใช้สร้าง Dashboard ติดตามยอดขายแบบ Real-time วิเคราะห์ประสิทธิภาพของเซลล์แต่ละคน หรือตรวจสอบแคมเปญการตลาดว่าแคมเปญไหนคุ้มค่าที่สุด เพื่อการจัดสรรงบประมาณที่แม่นยำ
  • สาย HR : ใช้สรุปข้อมูลการขาดลามาสาย การคำนวณอัตราการลาออก หรือประเมินประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานรายบุคคลเพื่อวางแผนพัฒนาบุคลากร
  • สาย Finance : ติดตามกระแสเงินสด วิเคราะห์ต้นทุนและกำไรในแต่ละไตรมาส รวมถึงการทำ Financial Forecasting เพื่อประเมินความเสี่ยงทางการเงินได้อย่างรวดเร็ว

Tableau vs Power BI สำหรับ Data Analyst เลือกตัวไหนดี ?

คงไม่มีเครื่องมือไหนดีที่สุดในทุกมิติ แต่การเลือกระหว่าง Tableau และ Power BI ขึ้นอยู่กับปริมาณข้อมูลและระบบเดิมที่องค์กรใช้งานอยู่ ลองพิจารณาตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกอัปสกิลได้ตอบโจทย์เป้าหมายการทำงานมากที่สุด

ข้อเปรียบเทียบMicrosoft Power BITableau
ความง่ายในการเรียนรู้เรียนรู้เร็ว คล้ายการใช้ Excel ขั้นสูงต้องใช้เวลาเรียนรู้มากกว่า
ความสวยงามและการปรับแต่งมี Format ที่ชัดเจนสูงมาก ปรับแต่งได้อิสระทุกจุด
การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ดี แต่ความเร็วอาจลดลงหากข้อมูลซับซ้อนมากดีเยี่ยม ออกแบบมาเพื่อ Big Data โดยเฉพาะ
การเชื่อมต่อข้อมูลเน้นระบบ Microsoft และ Cloud ทั่วไปหลากหลายมาก เชื่อมต่อได้แทบทุก Database
ความคุ้มค่าด้านราคาเริ่มต้นถูก เหมาะกับรายบุคคลและ SMEราคาสูงกว่า เหมาะกับ Enterprise

อบรม Data Visualization Tableau Power BI สำหรับ Data Analyst เลือกตัวไหนให้ตรงสายงาน

นอกจากการเปรียบเทียบฟีเจอร์แล้ว การเลือกคอร์สเรียนที่ใช่ ควรจะต้องพิจารณาจากบริบทการทำงานและเป้าหมายอาชีพของคุณเป็นหลัก เพื่อให้การลงทุนในความรู้ครั้งนี้คุ้มค่าที่สุด

1. Power BI

  • มีพื้นฐานการใช้ Excel คล่องแคล่ว และต้องการต่อยอดในสายงาน Data ให้เร็วที่สุด
  • ทำงานในองค์กรที่ใช้ระบบ Microsoft 365 เช่น Teams, SharePoint หรือ Azure เป็นหลัก
  • ต้องการเข้าถึงตลาดงานที่กว้างขวาง ทั้งในกลุ่ม SME และบริษัทชั้นนำในไทยที่นำ Power BI ไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างแพร่หลาย

2. Tableau

  • ต้องการทำงานกับข้อมูลที่มีความซับซ้อนสูงหรือมีปริมาณมาก
  • มุ่งเป้าทำงานในองค์กรข้ามชาติ หรือบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่เน้นความลึกซึ้งของการวิเคราะห์
  • ต้องการสร้างสรรค์ Dashboard ที่มีความสวยงามระดับพรีเมียม และมีอิสระในการออกแบบการเล่าเรื่อง เพื่อดึง Insights ในระดับบริหารขั้นสูง

การทำความเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้คุณเลือกเครื่องมือ Visualization สำหรับการทำ Data Analyst ที่ตรงจุด และพร้อมรับโอกาสเติบโตในสายอาชีพได้อย่างมั่นใจในระยะยาว 

อบรม Data Visualization Tableau Power BI สำหรับ Data Analyst เลือกตัวไหนกับงาน

 

ทำไมการอบรมกับผู้เชี่ยวชาญถึงเห็นผลเร็วกว่าการเรียนเอง ?

การเป็น Data Analyst ที่เก่งคือการแก้ปัญหาให้เป็น ไม่ใช่แค่ใช้เครื่องมือได้เก่งเพียงอย่างเดียว การอบรมอย่างเป็นระบบจึงให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็วได้มากกว่า

  • สอนโดยวิทยากรระดับ Microsoft MVP และผู้เชี่ยวชาญสาย Data พร้อมแชร์เทคนิคแก้ปัญหาหน้างานจริงที่หาไม่ได้จากวิดีโอทั่วไป
  • การันตีหลักสูตรคุณภาพด้วยประสบการณ์จัดอบรมกว่า 21 ปี และได้รับความไว้วางใจจากผู้เรียนกว่า 90,000 คน
  • ฝึกคิดแบบนัก Data Analyst ผ่านการสร้าง Dashboard ด้วยโจทย์ธุรกิจจริงเพื่อให้คุณพร้อมนำสกิลไปใช้ในที่ทำงานได้ทันที

เริ่มก้าวแรกอย่างมั่นใจกับหลักสูตรคุณภาพที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานโดยเฉพาะ ดูรายละเอียดและจองคลาสเรียนคอร์ส Data Analytics เพื่อเลือกเส้นทางที่ใช่สำหรับคุณ หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกคอร์สเรียนให้ตรงกับสายงาน ติดต่อเราได้ทันทีที่ LINE Official: @9expert ทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกอบรม Data Visualization Tableau Power BI สำหรับ Data Analyst เลือกตัวไหนดี ? (FAQs)

Q: ถ้าไม่มีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมเลย สามารถอบรม Data Visualization ทั้งของ Tableau และ Power BI ได้ไหม ?

A : ได้ ทั้ง Power BI และ Tableau เนื่องจากทั้งสองเครื่องมือถูกออกแบบมาให้ใช้งานแบบ Low-code และ No-code เป็นหลัก เน้นการลากวาง ดังนั้นแม้คุณจะไม่ได้จบสายคอมพิวเตอร์ ก็สามารถเรียนรู้และใช้งานให้เชี่ยวชาญได้หากมีความเข้าใจในตรรกะของข้อมูล

Q: Data Analyst ใช้ Tableau ทำอะไรได้บ้าง ?

A : หลัก ๆ คือใช้จัดการข้อมูลที่มีความซับซ้อนและมีปริมาณมาก ๆ สร้าง Dashboard ที่ปรับแต่งความสวยงามได้อิสระขั้นสุด

Q: สำหรับ Data Analyst มือใหม่ ควรเรียน Tableau หรือ Power BI ดีไหม ?

A : แนะนำให้มือใหม่เริ่มจาก Power BI หากมีพื้นฐาน Excel และต้องการต่อยอดกับการทำงานจริงให้เร็วที่สุด แต่หากตั้งเป้าหมายในองค์กรข้ามชาติที่เน้นข้อมูลซับซ้อนควรเลือก Tableau

Q: ในฐานะ Data Analyst เครื่องมือตัวไหนหางานในไทยได้ง่ายกว่ากัน ?

A: ในปัจจุบัน Power BI มีความต้องการในตลาดแรงงานไทยสูงมากเนื่องจากหลายบริษัทใช้ Microsoft 365 อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม Tableau ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างสูงในกลุ่มบริษัท Tech และองค์กรชั้นนำที่เน้นการวิเคราะห์เชิงลึก การมีทักษะทั้งสองเครื่องมือจะช่วยเพิ่มโอกาสเติบโตในสายงาน Data Analyst และทำให้สามารถทำงานได้หลากหลายมากขึ้น