ข้ามไปยังเนื้อหา
.NET

.NET

กลุ่มหลักสูตร .NET มีทั้งหมด 7 หลักสูตร

การเขียนโปรแกรมเป็นกระบวนการสร้างชุดคำสั่งที่บอกคอมพิวเตอร์ว่าจะทำงานอย่างไร การเขียนโปรแกรมสามารถทำได้โดยใช้ภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์หลายภาษาเช่น Python , Visual Basic และ C# เป็นต้น สำหรับหลักสูตรที่ 9Expert เปิดสอนในการเขียนโปรแกรม ได้แก่ Python ,ASP.NET Core และ .NET MAUI ดังนี้

หลักสูตรในโปรแกรม

7
Programming in C# with Visual Studio

เขียนโปรแกรมภาษา C# ด้วย Visual Studio ตั้งแต่พื้นฐานถึง OOP

3 วัน (18 ชม.)11,900 .-
Workshope-CertificateIntermediate
รอบการอบรมClassroomHybrid
14-16 ต.ค.เต็ม

บทความเกี่ยวกับโปรแกรมนี้

26ดูบทความทั้งหมด
C# Interface กับ Multiple Inheritance เทียบกับภาษาอื่น.NET

C# Interface กับ Multiple Inheritance เทียบกับภาษาอื่น

การออกแบบและเขียนโปรแกรมแบบ OOP (Object Oriented) ตั้งอยู่บนหลักการสามประการที่เปรียบได้กับสามเสาหลัก ประกอบด้วย Encapsulation, Inheritance และ Polymorphism หากท่านเข้าใจหลักการทั้งสามนี้ ก็เท่ากับว่าท่านเข้าใจหัวใจของ OOP ทั้งหมดแล้ว สำหรับบทความนี้จะกล่าวถึงการสืบคุณสมบัติ หรือ Inheritance นั่นเอง

รู้ได้อย่างไรว่า Microsoft SQL Server มีประสิทธิภาพแย่ลงMicrosoft SQL Server.NET

รู้ได้อย่างไรว่า Microsoft SQL Server มีประสิทธิภาพแย่ลง

หลายครั้งที่ผู้เขียนได้รับคำถามจากผู้ใช้ Microsoft SQL Server เกี่ยวกับปัญหาด้านประสิทธิภาพ โดยเอาค่าจาก Performance Counter บ้าง จาก Waiting Statistics บ้าง มาบอกว่าค่าเป็นเท่านั้นเท่านี้ แล้วถามว่า Microsoft SQL Server ที่เขาใช้งานอยู่มันมีประสิทธิภาพดีอยู่ไหม

ข้อดีของภาษา C# เมื่อเทียบกับภาษาอื่น ๆ ตอนที่ 9.NET

ข้อดีของภาษา C# เมื่อเทียบกับภาษาอื่น ๆ ตอนที่ 9

เมธอดเสริม (Extension Method) แปลกกว่าเมธอดสมาชิกอื่น ๆ ที่เวลานิยามเราต้องนิยามมันแบบสแตติกเมธอด (static method เมธอดที่เป็นสมาชิกของคลาส ไม่ใช่ของออพเจ็กต์) แต่เวลาเรียกใช้งานเรากลับต้องเรียกใช้งานแบบอินสแตนซ์เมธอด (instance method เมธอดที่เป็นสมาชิกของออพเจ็กต์ ไม่ใช่ของคลาส) พารามิเตอร์ตัวแรกของเมธอดเป็นตัวกำหนดว่าเมธอดนั้นทำงานกับอะไร ในรูปที่ 1 บรรทัดที่ 9 จะเห็นว่ามีคำสั่ง (โมดิไฟเออร์) this ปรากฏอยู่หน้าพารามิเตอร์ คำสั่ง this ทำหน้าที่กำหนดว่าเมธอดนี้ทำงานกับออพเจ็กต์ (ไม่ใช่กับคลาส)

Using declarations ใน .NET Core 3 และ C#8.NET

Using declarations ใน .NET Core 3 และ C#8

บทความนี้กล่าวถึง Using declarations ใน .NET Core 3 และ C#8 เปรียบเทียบกับการใช้ Using แบบเดิมก่อนที่เขียนใน Version ก่อนหน้า

มีอะไรใหม่ใน .NET 5 และ C# 9.NET

มีอะไรใหม่ใน .NET 5 และ C# 9

.NET 5.0 เป็นเวอร์ชั่นใหม่ของ .NET Core ต่อจากเวอร์ชั่น 3.1 โดยชื่อจะเรียก “.NET 5.0” แทนที่จะเป็น .NET Core 4.0 โดยทางบริษัทไมโครซอฟต์มีเหตุผลหลัก ๆ คือ

มีอะไรใหม่ใน .NET Core 2 และ C# 7 : App ไม่ค้างตอนอ่านไฟล์ใหญ่.NET

มีอะไรใหม่ใน .NET Core 2 และ C# 7 : App ไม่ค้างตอนอ่านไฟล์ใหญ่

.NET Core version ที่ออกใหม่ก็จะใช้งานกับภาษา C# version ใหม่สุดได้ .NET Core version ปัจจุบันคือversion 2.1 สนับสนุนภาษา C# version 7.1 ส่วนversionต่อไปคือ 3.0 จะสนับสนุนภาษา C# version 8.0 ในหัวข้อนี้เราจะมาดูตัวอย่างการเขียนโค้ด การทำงานกับซิปไฟล์ (zip file) ด้วยภาษา C# ใน.NET Core ว่าเหมือนหรือแตกต่างกับการเขียนภาษา C# ใน .NET Framework หรือไม่อย่างไร

มีอะไรใหม่ใน .NET Core 2 และ C# 7 : Generalized Async Return Types.NET

มีอะไรใหม่ใน .NET Core 2 และ C# 7 : Generalized Async Return Types

คุณสมบัติ “การทำให้ค่าส่งกลับของ Async กว้างขึ้น” (Generalized Async Return Types ย่อ GART) เป็นคุณสมบัติใหม่ของภาษา C# 7.0 ที่ช่วยให้การส่งค่ากลับจาก Method แบบ Async ไม่จำเป็นต้องมีชนิดข้อมูลเป็น Object อย่างแต่ก่อน เดิมทีการส่งค่ากลับจากmethodแบบAsyncเป็นได้แค่ task, task<T> หรือไม่ก็ void ซึ่งไม่ดีเพราะการเป็น task เป็น Reference Type การใช้งานมันจะเกิดการจองที่หน่วยความจำสำหรับ object หรือที่เรียกว่า boxing ที่เราต้องการหลีกเลี่ยงเพราะจะทำให้เกิดปัญหาคอขวด

.NET Core คืออะไร.NET

.NET Core คืออะไร

.NET Core มีองค์ประกอบหลายส่วน อาทิ ตัว run time ชื่อ CoreCLR ซึ่งเป็นตัวrun time ที่มีทุกอย่างครบสมบูรณ์เช่นเดียวกับตัว run time CLR ใน .NET Framework ของ Windows หน้าที่ของมันคือทำตัวเป็น virtual machine เพื่อ Run และดูแลโปรแกรมที่เขียนไว้เพื่อให้ทำงานใน .NET