Power BI.NETการดึงข้อมูลการผลิตแบบเรียลไทม์ด้วย Power BI
สอนดึงข้อมูลการผลิตแบบเรียลไทม์ด้วย Power BI สร้าง API ด้วย ASP.NET Core บันทึกลง Azure Table Storage เชื่อม DirectQuery พร้อมซอร์สโค้ด C# ให้ดาวน์โหลด
แบ่งปันความรู้เทคโนโลยี เพื่อ “ขับเคลื่อนประเทศไทย”
Power BI.NETสอนดึงข้อมูลการผลิตแบบเรียลไทม์ด้วย Power BI สร้าง API ด้วย ASP.NET Core บันทึกลง Azure Table Storage เชื่อม DirectQuery พร้อมซอร์สโค้ด C# ให้ดาวน์โหลด
GitHub CopilotOtherในภาษา C# เวอร์ชัน 7.0 การตรวจสอบเพื่อการจับคู่รูปแบบ (Pattern Matching: PM) ด้วยคำสั่ง if และ switch ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ยืดหยุ่นกว่าเดิม เขียนโค้ดได้สะดวกขึ้น แต่เดิมการทำ PM ด้วยหลักวัตถุวิธีเราจะสร้างคลาสฐานเป็นแบบ “abstract” จากนั้นจะใช้กรรมวิธีสืบคุณสมบัติเป็นคลาสลูกหลาย ๆ แบบตามต้องการ ส่วนเก็บข้อมูลและโค้ดเพื่อจัดการข้อมูลจะถูกผนึกไว้เป็นหน่วยเดียวกัน ซึ่งเป็นการ “เชื่อมแน่น” (tight coupling) ในกรณีที่เราต้องการการ “เชื่อมหลวม” (loose coupling) เราจะแยก ส่วนเก็บข้อมูลและโค้ดเพื่อจัดการข้อมูลออกจากกัน จากนั้นทำ PM ด้วยคำสั่ง if และ switch ซึ่งหากมีรูปแบบจำนวนวนมาก โค้ดจะยืดยาวเยิ่นเย้อ
.NETภาษาC# 7.0 ขึ้นไปสนับสนุนการประกาศตัวแปรแบบ discard ซึ่งเป็นตัวแปรแบบเขียนได้เท่านั้น (read-only) โดยที่ท่านจะประกาศตัวแปรแบบนี้กี่ตัวก็ได้ แต่ทุกตัวจะมีชื่อเดียวกันหมดคือ _ (เครื่องหมายขีดเส้นใต้หรือ underscore) ประโยชน์ของตัวแปรแบบ discard คือการนำไปใช้กับTuple (Tuple อ่านรายละเอียดเรื่องTupleได้จากบทความตอนก่อนหน้านี้) เพราะการรับค่าส่งกลับจากmethodที่ส่งค่ากลับเป็นTuple หรือการเรียกใช้methodที่มีพารามิเตอร์แบบ out เราจะต้องประกาศตัวแปรไว้รับค่า ซึ่งบ่อยครั้งที่เราไม่ต้องการใช้ค่าจากตัวแปรเหล่านั้น แต่ก็จำต้องประกาศ ทำให้โค้ดรกรุงรังโดยเปล่าประโยชน์
.NETคุณสมบัติ ref return เริ่มตั้งแต่C# 7.0 จากนั้นพอมาถึงC# 7.3 ก็เพิ่มคุณสมบัติ ref local เพื่อให้ใช้งานคู่กัน ทำให้เขียนโค้ดฝั่งmethodและฝั่งตัวรับได้สะดวกยิ่งขึ้นไปอีก ปรกตินักเขียนโค้ดอย่างเราจะใช้ตัวกระทำ ref (ความจริงเป็นmodifierแต่เพื่อให้กระชับต่อไปนี้จะเรียกว่าเป็น “คำสั่ง” ) เมื่อต้องการส่ง “ค่าอ้างอิง” ไปเป็นพารามิเตอร์ (คือการส่งค่าไปยังmethodโดยส่งค่าอ้างอิงไป ไม่ได้ส่งค่าของตัวแปรไป) หรือที่เรียกว่า “การผ่านตัวอ้างอิง” (pass by reference) นี่เป็นคุณสมบัติที่มีในC#ตั้งแต่versionแรก แต่มาตอนนี้เราสามารถใช้คำสั่ง ref ในลักษณะอื่น ๆ ได้ด้วย ในตอนที่ผ่านมาผู้เขียนได้พูดถึงการการใช้ ref return ไปแล้วบางส่วน ในบทความตอนนี้จะอธิบายรายละเอียดของ ref return ที่เหลือ และจะต่อด้วยเรื่องคุณสมบัติ ref local ด้วย
.NETในตอนที่ผ่านมาได้พูดถึงข้อดีของภาษาซีชาร์ปที่มีคุณสมบัติ Expression Trees หรือ “ต้นไม้นิพจน์” ซึ่งเป็นข้อดีในภาษาซีชาร์ปที่ไม่พบในภาษาอื่น ๆ หลายภาษาอย่างเช่นภาษาซี หรือในภาษาจาวาสคริปต์ที่มีต้นไม้นิพจน์แบบย่นย่อ ไม่ใช่ต้นไม้นิพจน์เต็มรูปแบบอย่างที่เรากำลังพูดถึงอยู่ในขณะนี้
.NETในปัจจุบัน การพัฒนาแอพลิเคชั่นสำหรับสมาร์ทโฟนและแท็ปเล็ตมีหลากหลายแบบ แบบที่นิยมจะมีอยู่สองแบบคือ Native App และ Hybrid App
.NETบทความที่แล้วเราได้พูดถึงการพัฒนาแอพลิเคชั่นด้วย Native App ไปแล้ว โดยจะพบว่า Native App จะต้องความรู้ความสามารถเฉพาะทางค่อนข้างมาก จึงต้องใช้ต้นทุนในการพัฒนาสูงมาก ดังนั้นมีอีกทางเลือกหนึ่งในการพัฒนาแอพลิเคชั่น คือ Hybrid App
.NETทำความรู้จัก .NET Technology และ Visual Studio เครื่องมือเดียวพัฒนา Windows App, Web App และโปรเจกต์ BI อย่าง SSIS, SSAS, SSRS ตามวิวัฒนาการของ .NET
.NETการให้โปรแกรมตัดสินใจเลือกทำสิ่งหนึ่งหรืออีกสิ่งหนึ่งตามเงื่อนไข เป็นพื้นฐานแรกๆ ที่ผู้เริ่มเขียน C# ต้องเรียนรู้ บทความนี้แนะนำคำสั่ง if...else ว่าทำงานอย่างไร เมื่อเงื่อนไขเป็นจริงทำอย่างหนึ่ง และเมื่อไม่จริงทำอีกอย่างหนึ่ง พร้อมข้อควรระวังเรื่องตัวพิมพ์เล็กใหญ่ และตัวอย่างการตัดสินผลสอบผ่านหรือสอบตกจากคะแนน
.NETโปรแกรมที่ดีไม่ได้หมายถึงโปรแกรมที่ไม่เคยพัง แต่คือโปรแกรมที่รับมือกับความผิดพลาดได้ บทความสั้นนี้แนะนำ Exception ใน C# ว่าคืออะไร เกิดขึ้นเมื่อใด เช่น คำนวณผิดพลาดหรือไม่พบไฟล์ และทำไมจึงถือเป็นอ็อบเจกต์ที่ควบคุมได้ พร้อมตัวอย่าง Exception ที่พบบ่อย ได้แก่ FormatException, StackOverflowException, EndOfStreamException และ OverflowException
.NETโปรแกรมที่ต้องจัดการลูกค้า นักเรียน หรือสินค้าหลายรายการ จะเขียนและแก้ไขง่ายขึ้นมากเมื่อมีต้นแบบกลางให้ทุกชิ้นใช้ร่วมกัน นั่นคือแนวคิดของ Class ในการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (OOP) บทความนี้อธิบายว่า Class คืออะไร วิธีสร้างอ็อบเจกต์ใน C# ส่วนประกอบหลักอย่าง Field, Property และ Method รวมถึงภาษาอื่นที่ใช้แนวคิดเดียวกัน
.NETAccess Modifier ใน C# คืออะไร ควบคุมการมองเห็นสมาชิกคลาสด้วย Public, Internal, Protected และ Private พร้อมความหมายและขอบเขตการเข้าถึง