พอได้ยินคำว่า “Hybrid” หลายคนคงนึกถึง รถยนต์ที่สามารถเติมได้ทั้งน้ำมันและใช้ไฟฟ้าในการทำงาน เป็นแบบ 2 ระบบ ซึ่งจะบอกว่า Hybrid App ก็มีลักษณะใกล้เคียงกัน โดย Hybrid App จะใช้การพัฒนาเหมือนหรือใกล้เคียงกับ Web App คือใช้ภาษา HTML, CSS และ JavaScript ในการพัฒนา ร่วมกับ Component ที่ทำให้แอพลิเคชั่นสามารถเรียกใช้ความสามารถของฮาร์ดแวร์และระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์ได้ เช่นกล้อง หรือเข้าถึงการจัดเก็บรูปภาพของเครื่อง และเมื่อพัฒนาเสร็จแล้วก็ยังสามารถนำไปให้ผู้ใช้โหลดจาก AppStore หรือ PlayStore ได้เหมือนกับ Native App พูดง่าย ๆ ก็คือ พัฒนาได้ง่ายเหมือน Web App แต่สามารถใช้งานได้เหมือน Native App เลยทีเดียว
โดยในปัจจุบันมี Framework ในการพัฒนาแอพลิเคชั่นแบบ Hybrid App อยู่มากมาย เช่น PhoneGap, Ionic, Framework7 หรือ React Native
ข้อดีของ Hybrid App
พัฒนาด้วยภาษา HTML, CSS และ JavaScript ทำให้ง่ายและเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
พัฒนาครั้งเดียวสามารถใช้ได้หลาย Platform ทั้ง iOS, Android และ Window Phone
ใช้ต้นทุนในการพัฒนาน้อยกว่า Native App
ข้อด้อยของ Hybrid App
ประสิทธิภาพการทำงานจะด้อยกว่า Native App
ในบางกรณีอาจจะใช้ความสามารถของอุปกรณ์ได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากต้องขึ้นอยู่กับ Framework ที่เลือกในการพัฒนานั้นมี Component ที่ต้องการหรือไม่
ดังนั้น Hybrid App จึงมีจุดเด่นในเรื่องความง่ายและพัฒนาได้รวดเร็ว และ Cross-Platforms คือพัฒนาครั้งเดียวแต่สามารถนำไปติดตั้งในหลาย Platforms แต่เมื่อพูดถึงเรื่องประสิทธิภาพในการทำงาน เช่นความเร็ว หรือการเรียกใช้หรือติดต่อ feature ต่าง ๆ ของอุปกรณ์ ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะยังด้อยกว่าแอพลิเคชั่นที่พัฒนาด้วย Native App ในบางลักษณะการทำงานอยู่ดี
ในบทความหน้าเราจะมาคุยกันถึงการเลือกระหว่าง Native App กับ Hybrid App ว่าจะเลือกแบบไหนดี











