เทคนิคการเลือกใช้ฟอนต์สำหรับงานนำเสนอ (Font for Presentation)

ในการสร้างสรรค์งานนำเสนอ นอกจากจะต้องคำนึงถึงเรื่องของเนื้อหาที่กระชับ เข้าใจง่าย และรูปแบบ กราฟิกที่น่าสนใจแล้ว เรื่องของการเลือกใช้ฟอนต์ให้เหมาะกับงานนำเสนอก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน
เทคนิคการเลือกใช้ฟอนต์สำหรับงานนำเสนอ (Font for Presentation)

ในการสร้างสรรค์งานนำเสนอ นอกจากจะต้องคำนึงถึงเรื่องของเนื้อหาที่กระชับ เข้าใจง่าย และ รูปแบบกราฟิกที่น่าสนใจแล้ว
เรื่องของการเลือกใช้ฟอนต์ให้เหมาะกับงานนำเสนอก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน
เพราะรูปแบบฟอนต์บ่งบอกได้ถึงแนวคิดในงานนำเสนอ กำหนดทิศทางของงานให้เป็นไปในแนวเดียวกัน
ทำให้งานดูมีสไตล์และมีการดีไซน์ที่ดี รวมถึงทำให้ผู้ที่อ่านเข้าใจ Concept ของงานเราได้ง่ายขึ้นอีกด้วยบทความนี้
จึงมาแนะนำเรื่องของการเลือกใช้ฟอนต์ที่สื่อความหมายที่แตกต่างกัน เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบงานนำเสนอของคุณให้โดนใจ

  1. การเลือกใช้ฟอนต์ Serif หรือ Sans Serif
หลายๆ คนคงเคยคุ้นหน้าคุ้นตากับฟอนต์ Serif และ Sans Serif กันบ้างแล้ว
แต่อาจไม่แน่ใจว่าการเลือกใช้ฟอนต์ทั้ง 2 แบบนี้ ส่งผลต่องานอย่างไร

ก่อนอื่นเรามารู้จักฟอนต์ Serif ก่อน ฟอนต์นี้จะมีขีดเล็กๆ หรือที่เรียกว่าเชิงที่ปลายตัวอักษร
ฟอนต์ประเภทนี้เป็นฟอนต์ดั้งเดิม นิยมใช้สำหรับพิมพ์เนื้อความ
เพราะมีส่วนช่วยทำให้อ่านได้ง่ายขึ้นเมื่อกวาดสายตาไปตามเนื้อหา
การใช้ฟอนต์นี้จะทำให้งานดูคลาสสิคมากขึ้น และนิยมใช้กับงานที่เป็นทางการ

ส่วนฟอนต์ Sans Serif จะตรงข้ามกับ ฟอนต์ Serif คือไม่มีเชิง เป็นตัวอักษรเรียบๆ เหมาะกับการใช้ในส่วนของหัวข้อ
ฟอนต์สไตล์นี้จะทำให้งานดูทันสมัยขึ้น เพราะความเรียบง่ายของรูปแบบฟอนต์นั่นเอง
การเลือกใช้ฟอนต์ Serif หรือ Serif

การเลือกใช้ฟอนต์ Serif หรือ Serif

ตัวอย่างฟอนต์แบบ Sans Serif
ตัวอย่างฟอนต์แบบ Sans Serif
 
  1. ฟอนต์ภาษาไทยมีหัว และไม่มีหัว
ในภาษาไทยตัวอักษรจะมีหัว แต่ในการออกแบบก็มีการพัฒนารูปแบบฟอนต์ภาษาไทยให้มีทั้งแบบมีหัว
และไม่มีหัวเพื่อให้งานออกแบบสื่อความหมายได้หลากหลายขึ้น

การใช้ฟอนต์มีหัวแสดงความเป็นทางการคล้ายๆ กับ Serif ของภาษาอังกฤษ
และทำให้อ่านง่าย ไม่สับสนในเรื่องของพยัญชนะ

ส่วนฟอนต์ไม่มีหัว เป็นตัวอักษรที่ให้ความรู้สึกถึงความทันสมัย
ซึ่งจะเหมือนกับฟอนต์แบบ San Serif ของตัวอักษรในภาษาอังกฤษ
นิยมใช้ตัวอักษรนี้กับงานที่ดูร่วมสมัยและเป็นสากล
ตัวอย่างฟอนต์ภาษาไทยแบบมีหัว

ตัวอย่างฟอนต์ไทยแบบมีหัว

ตัวอย่างฟอนต์ภาษาไทยแบบไม่มีหัว

ตัวอย่างฟอนต์ไทยแบบไม่มีหัว

  1. ฟอนต์ลายมือ
ฟอนต์ประเภทนี้จะเป็นฟอนต์ที่ดูไม่เป็นทางการ ใช้กับงานนำเสนอที่ต้องการให้มีความเป็นกันเอง
หากคุณสร้างฟอนต์ที่เกิดจากลายมือของคุณเอง นอกจากจะดูเป็นกันเองแล้ว
ยังสื่อให้คนอื่นรู้ว่านี่คือตัวตนของคุณ เปรียบเสมือนเป็น Signature ในงานได้อีกด้วย
ตัวอย่างฟอนต์ภาษาไทยแบบลายมือ
ตัวอย่างฟอนต์แบบลายมือ
  1. ฟอนต์แบบปลายหวัด (Script)
รูปแบบของฟอนต์ประเภทนี้ทำให้งานนำเสนอดูเคลื่อนไหว ดูมีชีวิตชีวา อ่อนช้อย
และดึงดูดสายตาคนได้ ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ในงานที่สื่อถึงความสวยงาม อ่อนหวาน หรูหรา
แต่จะใช้ในส่วนหัวข้อ หรือส่วนที่เป็นจุดเด่นของงานที่ต้องการเน้น ไม่เหมาะที่จะใช้ในส่วนที่เป็นเนื้อความ
เพราะจะทำให้อ่านยาก
ตัวอย่างฟอนต์แบบปลายหวัด
ตัวอย่างฟอนต์แบบปลายหวัด
  1. การเลือกใช้ฟอนต์ยอดฮิตแนวเรียบง่าย ทันสมัย (Flat Design)
Flat Design คือการออกแบบงานให้ดูเรียบง่าย รายละเอียดไม่เยอะ แต่ดูโดดเด่น
ซึ่งก็ส่งผลให้แนวโน้มการเลือกใช้ฟอนต์ให้เหมาะกับงานสไตล์นี้มีมากขึ้นตามมาด้วย

การเลือกใช้ฟอนต์แนวนี้ เราอาจจะเลือกใช้ฟอนต์แบบ Serif
คือไม่มีเชิง เป็นตัวอักษรเรียบๆ แต่ดูแข็งแรง และมีความทันสมัย
ซึ่งในการจัดวางฟอนต์ ส่วนใหญ่จะใช้ฟอนต์สีขาว วางบนพื้นหลัง (Background) ที่มีสีสัน
หรือใช้ฟอนต์สีขาววางบนภาพกราฟิก หรือภาพถ่าย ก็ดูดีไปอีกแบบ
ตัวอย่างการใช้ฟอนต์สำหรับงานสไตล์ Flat Design

ตัวอย่างการใช้ฟอนต์สำหรับงานสไตล์ Flat Design

ตัวอย่างการใช้ฟอนต์สำหรับงานสไตล์ Flat Design แบบจัดวางบนภาพถ่าย

ตัวอย่างการใช้ฟอนต์สำหรับงานสไตล์ Flat Design แบบจัดวางบนภาพถ่าย

  1. การผสมผสานฟอนต์
ในงานนำเสนอหนึ่งงาน ไม่ควรจะใช้ฟอนต์ให้หลากหลายจนเกินไป
เพราะจะทำให้งานดูไม่มี Concept ดูกระจัดกระจาย แต่ใช่ว่าเราจะไม่สามารถผสมผสานฟอนต์ได้
เพียงแต่ว่าเราควรเลือกผสมให้เหมาะสมนั่นเอง

เช่น ฟอนต์ที่มีความโดดเด่นสูง หรือสื่อความหมายของงานคุณได้มากที่สุด
ให้นำมาใช้ในส่วนของหัวเรื่อง หรือหัวข้อ แต่ในส่วนที่เป็นเนื้อความเราอาจจะเลือกใช้ฟอนต์ที่อ่านง่าย
เนื่องจากในส่วนของเนื้อความขนาดตัวอักษรจะเล็กลง และมีจำนวนตัวอักษรมากขึ้น

ดังนั้น ควรเลือกที่อ่านง่าย ชัดเจน ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น วิธีการง่ายๆ

หากคุณไม่แน่ใจว่า ฟอนต์ที่เลือกมาผสมจะเข้ากันหรือไม่ ให้คุณลองจัดวางฟอนต์ไว้ด้วยกัน
แล้วลองสังเกตดูว่าทำให้ความรู้สึกในการรับรู้เปลี่ยนไปหรือไม่

หากยังดูเป็นงานเดียวกัน เข้ากัน ก็สามารถนำไปใช้ได้เลย
หากลองจัดวางแล้ว ดูมากันคนละงาน ก็ให้ลองสลับเปลี่ยนใหม่เพื่อหาฟอนต์ที่เหมาะสมที่สุด
ตัวอย่างการใช้ฟอนต์แบบผสมผสาน ซึ่งในงานจะใช้ฟอนต์ประมาณ 3 ฟอนต์ เพื่อเพิ่มลูกเล่น ให้งานน่าสนใจ และเน้นบางจุด ซึ่งภาพรวมแล้ว ฟอนต์ทั้งหมดที่ผสมผสานกันก็ยังคงให้ความรู้สึกเรียบง่าย แต่ทันสมัยนั่นเอง
ภาพตัวอย่างการใช้ฟอนต์แบบผสมผสาน ซึ่งในงานจะใช้ฟอนต์ประมาณ 3 ฟอนต์
เพื่อเพิ่มลูกเล่น ให้งานน่าสนใจ และเน้นบางจุด
ซึ่งโดยภาพรวมแล้ว ฟอนต์ทั้งหมดที่ผสมผสานกันก็ยังคงให้ความรู้สึกเรียบง่าย แต่ทันสมัยนั่นเอง

 

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าในการเลือกใช้ฟอนต์ให้เหมาะสมกับการสื่อความหมายในงานนำเสนอก็มีความสำคัญอย่างมาก
สามารถทำให้คนอื่นเข้าใจงานเรามากขึ้น หรือทำให้คนมองงานเราดูไม่มีสไตล์ ไม่สื่อความหมายได้เช่นกัน

ดังนั้น ลองเอาเทคนิคง่ายๆ ในการเลือกใช้ฟอนต์ข้างต้นไปปรับใช้ในการออกแบบงานนำเสนอของคุณ
รับรองได้ว่าในการนำเสนองานครั้งต่อไป งานของคุณจะดูดี มีสไตล์ ไม่แพ้นักออกแบบมืออาชีพอย่างแน่นอน